ThaiLand

รถระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD 4WD คืออะไร?

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ คืออะไร?

รถขับเคลื่อน 4 ล้อกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะเป็นระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลังในการขับขี่และเครื่องยนต์ในขับเคลื่อน 4 ล้อส่วนใหญ่มีสมรรถนะที่แข็งแกร่ง สามารถขับขี่ได้ในทุกสภาพถนน วันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อให้มากขึ้น นอกจากนี้ในบทความยังมีรายการรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อที่น่าสนใจมาแนะนำอีกด้วย เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่กำลังมองหารถใหม่ด้วยเช่นกัน

รับซื้อรถมือสองกับ Carsome.co.th การประกันคุณภาพรถ ผ่านการตรวจสอบ 175 จุด พร้อมรับประกัน 1 ปีเต็ม ราคาคงที่ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ไม่พอใจกับการซื้อ รับประกันคืนเงินเต็มจำนวนภายใน 30 วัน
คิดถึงรถมือสองต้อง Carsome.co.th

CTA Carsome รถมือสอง

รายการเนื้อหา

Nội dung

รถขับเคลื่อน 4 ล้อ

      • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ คืออะไร? ความแตกต่างระหว่าง AWD และ 4WD คืออะไร? คุณใช้มันอย่างไร?

      • ระบบ 4WD และระบบ AWD

        • ขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD)
        • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)
      • รถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นไหนดี?

        • โตโยต้า ไฮลักซ์
        • Isuzu D-max
        • นิสสัน นาวาร่า
        • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค
        • มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ คืออะไร? ความแตกต่างระหว่าง AWD และ 4WD คืออะไร? คุณใช้มันอย่างไร?

ขับเคลื่อน 4 ล้อ

ขับเคลื่อน 4 ล้อ เป็นระบบขับเคลื่อนของรถยนต์สองเพลาที่สามารถให้แรงบิดกับล้อทุกล้อได้ในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นระบบที่มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีบนถนนที่ขรุขระ ทั้งนี้เพราะทั้ง 4 ล้อจะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนไปข้างหน้า ทำให้รถยกขึ้นในแนวตั้ง ซึ่งจะทำให้สามารถแล่นเรือข้ามภูมิประเทศระดับต่างๆ ได้ เมื่อล้อหน้าทั้งสองเจอสิ่งกีดขวาง ล้อหลังจะทำหน้าที่ช่วยดันล้อหน้าไปเหนือสิ่งกีดขวาง หรือถ้าล้อหลังตกหลุมโคลน ล้อหน้าจะช่วยดึงล้อหลังขึ้นด้วย แต่รถขับเคลื่อน 4 ล้อบางรุ่นได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ในสภาพถนนที่ทุรกันดาร ดังนั้น เมื่อใช้รถ จึงต้องคำนึงถึงสภาพของรถที่ออกแบบไว้ด้วย

ปัจจุบัน รถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ระบบ 4WD และระบบ AWD

ขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD)

4WD

ขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ให้ความเสถียรสูงและมักใช้ในรถ SUV ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเป็นระบบที่ให้การทรงตัวที่ดีที่สุดสำหรับการขับขี่แบบออฟโรด ระบบนี้ยังสามารถแบ่งงานออกเป็น 3 ประเภท คือ

Related Articles
1. งานพาร์ทไทม์ (พาร์ทไทม์)

ระบบที่ใช้บ่อยที่สุดในรถปิคอัพ PPV รถ SUV หรือรถยนต์ระดับแนวหน้า คนขับสามารถเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (4×2) เป็น 4 ล้อ (4×4) ได้ตามสภาพถนน แต่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะเพิ่มการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง จากการส่งกำลังที่กระจายไปยังทั้ง 4 ล้อ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อประเภทนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนโหมดการใช้งานขณะขับขี่ได้ตามใจชอบ รวมถึงการล็อกระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลัง ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น เมื่อถนนลื่น เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสภาพถนนวิบากส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม 4WD แบบพาร์ทไทม์บนถนนแห้งหรือถนนเรียบอาจไม่ให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดีเท่าที่ควร ควร

2. เต็มเวลา (เต็มเวลา)

เป็นรถที่ขับเคลื่อน 4 ล้อมาด้วยกัน เปลี่ยนระบบส่งกำลังไม่ได้ เพราะต้องการสมรรถนะในการขับขี่ที่ดี แต่มีข้อเสียเช่นการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูง หน่วยจ่ายกำลังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการกระจายกำลังขับเพื่อให้สมดุลระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังเมื่อจำเป็น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินกับประสิทธิภาพการควบคุมรถที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะแห้งหรือลื่น นอกจากนี้ คนขับไม่ต้องทำอะไรเลย เมื่อเปิดระบบนี้

3. เรียลไทม์ (เรียลไทม์)

เป็นระบบที่สามารถเปิดปิดระบบได้เท่านั้น เลือกโหมดไม่ได้ตั้งแต่แรก โดยปกติรถจะขับเคลื่อนด้วย 2 ล้อเป็นหลัก แต่เมื่อใช้ในการลุยหรือเจอกรณีล้อหมุนอิสระอย่างผิดปกติที่เซ็นเซอร์ตรวจจับที่ล้อ มันจะถ่ายโอนแรงบิดไปยังล้อชุดอื่น (ถ้าขับหน้าจะส่งแรงบิดไปล้อหลัง ขับหลังส่งแรงบิดไปล้อหน้า)

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)

AWD

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) เป็นระบบที่ให้แรงเบรกที่ดีที่สุดในทุกสภาพอากาศ รวมถึงหิมะ โคลน ฝน ทราย และถนนที่ขรุขระ หลักการทำงานของรถขับเคลื่อนสี่ล้อคือเครื่องยนต์สามารถส่งกำลังไปยังล้อที่ไม่ได้ขับเคลื่อนเป็นหลัก หรืออาจอธิบายได้ง่ายๆ ว่ารถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อส่งกำลังไปทางด้านหลังเมื่อจำเป็น ในทำนองเดียวกันกับ AWD อย่างไรก็ตาม AWD บางรุ่นก็แตกต่างจาก AWD อื่นๆ

คิดถึงรถมือสองต้อง Carsome.co.th
CTA Carsome รถมือสอง

รถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นไหนดี?

1.โตโยต้า ไฮลักซ์

โตโยต้า ไฮลักซ์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

เครดิต : https://www.toyota.co.th

โตโยต้า ไฮลักซ์ เป็นที่รู้จักในด้านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่โดดเด่นซึ่งดึงดูดใจผู้ใช้ ในรถกระบะรุ่นนี้มีเครื่องยนต์ดีเซล VN-Turbo ขนาด 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์ธรรมดา อัตโนมัติให้เลือกใช้งาน จุดเด่นของรุ่นนี้คือ อะไหล่ที่หาซื้อง่ายมีจำหน่ายทั่วประเทศไทย อีกทั้งช่างซ่อมก็ไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญแต่อย่างใด เรียกว่าที่สุดของขับเคลื่อน 4 ล้อและเป็นมิตรกับผู้ใช้มากที่สุด

2. Isuzu D-max

อีซูซุ ดี-แมกซ์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

เครดิต : https://www.isuzu-tis.com

สำหรับ Isuzu D-max มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร Turbocharger VGS และ Intercooler ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ การทำงาน นอกจากจุดเด่นของรุ่นนี้แล้วจะสามารถซื้ออะไหล่ได้ง่าย ช่างซ่อมได้ง่ายๆ เหมือนกับ Toyota และสิ่งหนึ่งที่พิเศษกว่า Isuzu D-max ก็คือมีเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่าและประหยัดน้ำมันอีกด้วย

3.นิสสัน นาวาร่า

นิสสัน นาวาร่า ขับเคลื่อน 4 ล้อ

เครดิต: https://www.nissan.co.th

นิสสัน นาวาร่า มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ VGS ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 403 นิวตัน-เมตร เกียร์เป็นแบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ซึ่งเครื่องยนต์รองรับเครื่องยนต์ดีเซลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น B7, B10 และ B20 โดดเด่นด้วยระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะแบบ All-in-one ทั้งยังให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย และความปลอดภัยสูงเหมาะสำหรับการขับขี่ทั้งบนถนนปกติและทางวิบาก

4. ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ขับเคลื่อน 4 ล้อ

เครดิต : https://www.ford.co.th

สำหรับ Concept of Ford รุ่นนี้มีภาพที่สื่อถึง พร้อมลุยทุกสถานการณ์ เหมาะสำหรับรถออฟโรดที่ชอบขับทางไกลเพราะรุ่นนี้มีการปรับระบบส่งกำลังแบบใหม่ที่สามารถขับได้ไกลถึง 150,000 กม. รูปลักษณ์ด้านหน้าได้รับการออกแบบด้วยการออกแบบรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูใหม่ กระจังหน้าสีดำมันวาวยาวไปจนถึงกันชน พร้อมแถบสีส้มให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เอนกประสงค์ในรถที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่ทางไกลอย่างปลอดภัย

5. มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ขับเคลื่อน 4 ล้อ

เครดิต: https://www.mitsubishi-motors.co.th

รถญี่ปุ่นเช่นเดียวกับ Mitsubishi ก็เป็นอีกรุ่นยอดนิยมที่มีให้เห็นบ่อย รุ่นนี้แตกต่างตรงที่ห้องโดยสารมีความกว้างเป็นพิเศษ นั่งสบายไม่อึดอัด อีกทั้งยังมีระบบการขับขี่ที่เหนือชั้นที่สามารถขับผ่านทุกสภาพถนน อัดแน่นไปด้วยประสิทธิภาพที่โดดเด่นเช่น mode 2H (2WD High-Range), 4H (4WD High-Range), โหมด Full-Time All Wheel Control, โหมด 4HLc, ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบอัตราความเร็วสูง และ โหมด 4LLc ขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับโหมดออฟโรด: Gravel, Mud/Snow, Sand and Rock ตลอดจนล็อกเฟืองท้ายเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดบนเส้นทางออฟโรด

อ่านต่อไป:

10 รถกระบะ 4 ประตู ที่น่าสนใจ ในปี 2022

แอบมอง!  Tesla Model 3 2022 รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลกด้วยราคาในประเทศไทย

หากคุณสนใจ ซื้อรถ หรือ ขายรถ แล้ว… คาร์ซัมก็เสนอราคาดีที่สุดให้คุณ! เรามีขั้นตอนการชำระเงินที่รวดเร็ว และไม่มีขั้นตอนที่ซับซ้อน คลิกที่เว็บไซต์เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม!CTA Carsome รับซื้อ-ขายรถยนต์


Thông tin thêm

รถระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD 4WD คืออะไร?

#รถระบบขบเคลอน #ลอ #AWD #4WD #คออะไร
[rule_3_plain] #รถระบบขบเคลอน #ลอ #AWD #4WD #คออะไร

รถระบบขับเคลื่อน 4 ล้อกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันมากขึ้น เนื่องจากเป็นระบบขับเคลื่อนที่ทรงประสิทธิภาพในการขับขี่และเครื่องยนต์ส่วนใหญ่ในระบบขับเคลื่อน 4 ล้อก็มีสมรรถนะที่แรง ขับได้ทุกสภาพท้องถนน ในวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อกันให้มากขึ้น อีกทั้งในบทความยังมีลิสต์รถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อที่น่าสนใจมาแนะนำ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่มองหารถคันใหม่อีกด้วยค่ะ
ซื้อรถยนต์มือสองกับ  Carsome.co.th การันตีคุณภาพรถยนต์ ผ่านการตรวจสภาพ 175 จุด พร้อมรับประกัน 1 ปีเต็ม ราคาคงที่ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ซื้อไปแล้วไม่พอใจ การันตีคืนเงินเต็มจำนวนภายใน 30 วันนึกถึงรถยนต์มือสองต้อง Carsome.co.th

สารบัญ

รถระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

ระบบขับ 4 ล้อคืออะไร? AWD และ 4WD ต่างกันยังไง? ใช้งานยังไง?

ระบบ 4WD และระบบ AWD

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD)

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา (AWD)

แนะนำรถกระบะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่นไหนดี?

Toyota Hilux

Isuzu D-max 

Nissan Navara

Ford Ranger Wildtrak 

Mitsubishi Pajero Sport 

ระบบขับ 4 ล้อคืออะไร? AWD และ 4WD ต่างกันยังไง? ใช้งานยังไง?

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เป็นระบบขับเคลื่อนของรถยนต์สองเพลาที่สามารถให้แรงบิดกับล้อทุกล้อพร้อมกันได้ และยังเป็นระบบที่มีสมรรถนะในการขับเคลื่อนบนถนนที่ขรุขระได้ดี ทั้งนี้เป็นเพราะล้อทั้ง 4 จะช่วยกันสร้างแรงขับไปข้างหน้า ทำให้รถยกตัวขึ้นในแนวดิ่ง ซึ่งก็จะช่วยให้สามารถแล่นไปบนพื้นที่ที่มีระดับต่างกันได้ เมื่อล้อหน้าทั้งสองพบสิ่งกีดขวาง ล้อด้านหลังจะทำหน้าที่ช่วยผลักดันให้ล้อด้านหน้าข้ามสิ่งกีดขวางนั้นได้ หรือถ้าล้อด้านหลังตกหลุมโคลน ล้อด้านหน้าจะช่วยดึงให้ล้อด้านหลังขึ้นได้เช่นกัน แต่รถระบบขับเคลื่อน 4 ล้อบางรุ่นก็ได้ออกแบบเพื่อนำมาใช้ในสภาพพื้นถนนที่ขรุขระ ดังนั้น ในการใช้รถจึงต้องคำนึงถึงสภาพของรถที่ออกแบบไว้ด้วย
ซึ่งในปัจจุบันกระบะขับ 4 ล้อนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ ระบบ 4WD และระบบ AWD
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD)

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ให้ความเสถียรได้สูงและมักนิยมใช้ในรถ SUV ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเป็นระบบที่ให้เสถียรภาพในการขับออฟโรดได้ดีที่สุด  โดยระบบนี้ยังสามารถแบ่งประเภทการทำงานได้ 3 แบบ คือ
1. แบบพาร์ทไทม์ (Part Time)
ระบบที่ส่วนใหญ่มักจะนิยมใช้ในกระบะ PPV, SUV หรือรถที่เป็นรุ่นท็อป โดยผู้ขับยังสามารถเปลี่ยนระบบการขับเคลื่อน 2 ล้อ (4×2) เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อได้ (4×4) ตามสภาพถนน แต่ระบบขับสี่จะเพิ่มอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงขึ้น จากการส่งกำลังกระจายไปทั้ง 4 ล้อ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อประเภทนี้ ผู้ขับขี่เลือกเปลี่ยนโหมดการใช้งานขณะขับขี่ได้ตามใจชอบ รวมถึงการล็อคระหว่างเพลาหน้าและหลัง ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถยนต์ได้ง่ายขึ้น เมื่อเจอถนนลื่น และถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสภาพถนน Off-Road (ออฟโรด) เกือบทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part-time บนถนนแห้ง หรือ ถนนเรียบ อาจไม่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเท่าที่ควร
2. แบบฟูลไทม์ (Full Time)
เป็นรถที่ 4WD มาแต่กำเนิด ไม่สามารถเปลี่ยนระบบส่งกำลังได้ เพราะต้องการสมรรถนะการขับที่ดี แต่ก็มีข้อเสียอย่างอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่สูง โดยมีชุดกระจายกำลังทำหน้าที่เป็นตัวกลางคอยแบ่งถ่ายกำลังขับเคลื่อนให้สมดุลกันระหว่างเพลาล้อหน้ากับเพลาล้อหลังเมื่อจำเป็น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบตลอดเวลานี้ ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินไปกับสมรรถนะการควบคุมรถยนต์ที่ดีเยี่ยมในทุกๆ สภาพถนน ไม่ว่าจะถนนนั้นจะแห้งหรือลื่นไถล อีกทั้งผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย เมื่อเปิดระบบนี้ขึ้นมา
3. แบบเรียลไทม์ (Real Time)
เป็นระบบที่สามารถสามารถเปิด-ปิดระบบได้อย่างเดียว เลือกโหมดแต่แรกไม่ได้ โดยปรกติแล้วรถจะขับเคลื่อน 2 ล้อเป็นหลัก แต่เมื่อใช้ลุยหรือเจอกรณีล้อหมุนฟรีผิดปรกติที่ตรวจโดยเซ็นเซอร์ที่ล้อ ก็จะถ่ายแรงบิดไปอีกชุดล้อ (หากขับหน้าก็ถ่ายแรงบิดไปล้อหลัง, ขับหลังก็ถ่ายแรงบิดไปล้อหน้า)
 
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา (AWD)

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา หรือเรียกอีกอย่างว่า All wheel drive (AWD) ถือว่าเป็นระบบที่ให้แรงเบรกที่ดีที่สุดในทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็น หิมะ โคลน ฝน ทราย และพื้นถนนที่ขรุขระ ซึ่งหลักการทำงานของรถ AWD ก็คือการที่เครื่องยนต์สามารถส่งกำลังไปยังล้อซึ่งไม่ได้ใช้ขับเคลื่อนเป็นหลัก หรือสามารถอธิบายง่าย ๆ ได้ว่ายานพาหนะ FWD ส่งกำลังไปทางด้านหลังเมื่อจำเป็น ในทำนองเดียวกันกับ AWD แต่อย่างไรก็ตาม AWD บางระบบนั้นก็มีความแตกต่างกับระบบอื่น
นึกถึงรถยนต์มือสองต้อง Carsome.co.th
แนะนำรถกระบะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่นไหนดี?
1. Toyota Hilux

credit : https://www.toyota.co.th
Toyota Hilux เป็นที่ได้รับการยอมรับในเรื่องการขับเคลื่อน 4 ล้อที่โดดเด่นถูกใจผู้ใช้งาน ซึ่งในรถกระบะรุ่นนี้มีการใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร VN-Turbo มอบกำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติให้เลือกใช้งาน จุดเด่นของรุุ่นนี้ก็คือ อะไหล่ที่สามารถหาซื้อได้ง่าย ๆ มีขายทั่วไทย ตลอดจนช่างซ่อมก็ไม่จำเป็นต้องเฉพาะทางแต่อย่างใด เรียกได้ว่าเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่ดีที่สุดและเป็นมิตรต่อผู้ใช้งายมากที่สุด
2. Isuzu D-max

credit : https://www.isuzu-tis.com
สำหรับ Isuzu D-max  มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร พร้อมด้วย Turbocharger VGS และ Intercooler มอบกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบ/นาที มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติให้เลือกใช้งาน นอกจากจุดเด่นของรุ่นนี้จะสามารถหาซื้ออะไหล่ได้ง่ายแล้ว ช่างก็สามารถซ่อมได้ง่ายเช่นเดียวกับ Toyota และสิ่งหนึ่งที่พิเศษกว่าของ Isuzu D-max ก็คือ ได้เครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่าอีกทั้งยังประหยัดน้ำมันด้วย
3. Nissan Navara

credit: https://www.nissan.co.th
Nissan Navara มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร เทอร์โบ VGS มอบกำลังสูงสุด 163 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 403 นิวตัน-เมตร ระบบส่งกำลังเป็นแบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ซึ่งเครื่องยนต์รองรับน้ำมันดีเซลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น B7, B10 และ B20 มีความโดดเด่นด้วยระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า เทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะแบบครบเครื่อง อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย และความปลอดภัยได้สูงและเหมาะกับการขับขี่ทั้งบนถนนปกติและเส้นทางออฟโรด
4. Ford Ranger Wildtrak

credit : https://www.ford.co.th
สำหรับ Concept ของ Ford รุ่นนี้มีภาพลักษณ์ที่สื่อถึง พร้อมลุยทุกสถานการณ์ เหมาะกับเป็นรถออฟโรดขาลุยที่ชื่นชอบการขับในระยะทางยาว ๆ เนื่องจากรุ่นนี้มีการปรับระบบส่งกำลังใหม่ที่สามารถขับได้นานถึง 150,000 กม. รูปลักษณ์ด้านหน้ามีการออกแบบดีไซน์ใหม่เป็นทรงสี่เหลี่ยมคางหมูตกแต่งตะแกรงสีดำเงาเล่นสีทอดยาวจรดกันชน พร้อมแต่งแถบสีส้มให้ดูทันสมัยขึ้น นอกเหนือจากนี้ยังมีอุปกรณ์อเนกประสงค์พร้อมในรถยนต์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับทางไกลได้อย่างปลอดภัยด้วย
5. Mitsubishi Pajero Sport

credit: https://www.mitsubishi-motors.co.th
รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอย่างมิตซูบิชิก็เป็นอีกรุ่นยอดฮิตที่มักจะเห็นบ่อย ๆ โดยรุ่นนี้จะแตกต่างตรงที่ห้องโดยสารมีความกว้างพิเศษ นั่งสบายไม่อึดอัด และยังมีระบบการขับขี่ที่เหนือชั้นสามารถขับผ่านได้บนทุกสภาพถนน ครบครันด้วยสมรรถนะที่โดดเด่น เช่น โหมด 2H (2WD High-Range), โหมด 4H (4WD High-Range) ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-Time All Wheel Control, โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง และ โหมด 4LLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ อีกทั้งยังมาพร้อมกับโหมดออฟโรด ได้แก่ Gravel, Mud/Snow, Sand และ Rock รวมทั้งระบบล็อกเฟืองท้ายเพื่อมอบสมรรถนะสูงสุดบนเส้นทางออฟโรด
อ่านบทความต่อ:

หากคุณกำลังสนใจจะ ซื้อรถ หรือ ขายรถ แล้วล่ะก็… ที่ Carsome เสนอราคาให้คุณได้ดีที่สุด! เรามีขั้นตอนการชำระเงินที่รวดเร็ว และไม่มีขั้นตอนยุ่งยากใด ๆ คลิกที่เว็บไซต์เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย!

#รถระบบขบเคลอน #ลอ #AWD #4WD #คออะไร
[rule_2_plain] #รถระบบขบเคลอน #ลอ #AWD #4WD #คออะไร
[rule_2_plain] #รถระบบขบเคลอน #ลอ #AWD #4WD #คออะไร
[rule_3_plain]

#รถระบบขบเคลอน #ลอ #AWD #4WD #คออะไร

รถระบบขับเคลื่อน 4 ล้อกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันมากขึ้น เนื่องจากเป็นระบบขับเคลื่อนที่ทรงประสิทธิภาพในการขับขี่และเครื่องยนต์ส่วนใหญ่ในระบบขับเคลื่อน 4 ล้อก็มีสมรรถนะที่แรง ขับได้ทุกสภาพท้องถนน ในวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อกันให้มากขึ้น อีกทั้งในบทความยังมีลิสต์รถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อที่น่าสนใจมาแนะนำ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่มองหารถคันใหม่อีกด้วยค่ะ
ซื้อรถยนต์มือสองกับ  Carsome.co.th การันตีคุณภาพรถยนต์ ผ่านการตรวจสภาพ 175 จุด พร้อมรับประกัน 1 ปีเต็ม ราคาคงที่ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ซื้อไปแล้วไม่พอใจ การันตีคืนเงินเต็มจำนวนภายใน 30 วันนึกถึงรถยนต์มือสองต้อง Carsome.co.th

สารบัญ

รถระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

ระบบขับ 4 ล้อคืออะไร? AWD และ 4WD ต่างกันยังไง? ใช้งานยังไง?

ระบบ 4WD และระบบ AWD

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD)

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา (AWD)

แนะนำรถกระบะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่นไหนดี?

Toyota Hilux

Isuzu D-max 

Nissan Navara

Ford Ranger Wildtrak 

Mitsubishi Pajero Sport 

ระบบขับ 4 ล้อคืออะไร? AWD และ 4WD ต่างกันยังไง? ใช้งานยังไง?

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เป็นระบบขับเคลื่อนของรถยนต์สองเพลาที่สามารถให้แรงบิดกับล้อทุกล้อพร้อมกันได้ และยังเป็นระบบที่มีสมรรถนะในการขับเคลื่อนบนถนนที่ขรุขระได้ดี ทั้งนี้เป็นเพราะล้อทั้ง 4 จะช่วยกันสร้างแรงขับไปข้างหน้า ทำให้รถยกตัวขึ้นในแนวดิ่ง ซึ่งก็จะช่วยให้สามารถแล่นไปบนพื้นที่ที่มีระดับต่างกันได้ เมื่อล้อหน้าทั้งสองพบสิ่งกีดขวาง ล้อด้านหลังจะทำหน้าที่ช่วยผลักดันให้ล้อด้านหน้าข้ามสิ่งกีดขวางนั้นได้ หรือถ้าล้อด้านหลังตกหลุมโคลน ล้อด้านหน้าจะช่วยดึงให้ล้อด้านหลังขึ้นได้เช่นกัน แต่รถระบบขับเคลื่อน 4 ล้อบางรุ่นก็ได้ออกแบบเพื่อนำมาใช้ในสภาพพื้นถนนที่ขรุขระ ดังนั้น ในการใช้รถจึงต้องคำนึงถึงสภาพของรถที่ออกแบบไว้ด้วย
ซึ่งในปัจจุบันกระบะขับ 4 ล้อนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ ระบบ 4WD และระบบ AWD
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD)

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ให้ความเสถียรได้สูงและมักนิยมใช้ในรถ SUV ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเป็นระบบที่ให้เสถียรภาพในการขับออฟโรดได้ดีที่สุด  โดยระบบนี้ยังสามารถแบ่งประเภทการทำงานได้ 3 แบบ คือ
1. แบบพาร์ทไทม์ (Part Time)
ระบบที่ส่วนใหญ่มักจะนิยมใช้ในกระบะ PPV, SUV หรือรถที่เป็นรุ่นท็อป โดยผู้ขับยังสามารถเปลี่ยนระบบการขับเคลื่อน 2 ล้อ (4×2) เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อได้ (4×4) ตามสภาพถนน แต่ระบบขับสี่จะเพิ่มอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงขึ้น จากการส่งกำลังกระจายไปทั้ง 4 ล้อ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อประเภทนี้ ผู้ขับขี่เลือกเปลี่ยนโหมดการใช้งานขณะขับขี่ได้ตามใจชอบ รวมถึงการล็อคระหว่างเพลาหน้าและหลัง ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถยนต์ได้ง่ายขึ้น เมื่อเจอถนนลื่น และถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสภาพถนน Off-Road (ออฟโรด) เกือบทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part-time บนถนนแห้ง หรือ ถนนเรียบ อาจไม่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเท่าที่ควร
2. แบบฟูลไทม์ (Full Time)
เป็นรถที่ 4WD มาแต่กำเนิด ไม่สามารถเปลี่ยนระบบส่งกำลังได้ เพราะต้องการสมรรถนะการขับที่ดี แต่ก็มีข้อเสียอย่างอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่สูง โดยมีชุดกระจายกำลังทำหน้าที่เป็นตัวกลางคอยแบ่งถ่ายกำลังขับเคลื่อนให้สมดุลกันระหว่างเพลาล้อหน้ากับเพลาล้อหลังเมื่อจำเป็น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบตลอดเวลานี้ ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินไปกับสมรรถนะการควบคุมรถยนต์ที่ดีเยี่ยมในทุกๆ สภาพถนน ไม่ว่าจะถนนนั้นจะแห้งหรือลื่นไถล อีกทั้งผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย เมื่อเปิดระบบนี้ขึ้นมา
3. แบบเรียลไทม์ (Real Time)
เป็นระบบที่สามารถสามารถเปิด-ปิดระบบได้อย่างเดียว เลือกโหมดแต่แรกไม่ได้ โดยปรกติแล้วรถจะขับเคลื่อน 2 ล้อเป็นหลัก แต่เมื่อใช้ลุยหรือเจอกรณีล้อหมุนฟรีผิดปรกติที่ตรวจโดยเซ็นเซอร์ที่ล้อ ก็จะถ่ายแรงบิดไปอีกชุดล้อ (หากขับหน้าก็ถ่ายแรงบิดไปล้อหลัง, ขับหลังก็ถ่ายแรงบิดไปล้อหน้า)
 
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา (AWD)

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา หรือเรียกอีกอย่างว่า All wheel drive (AWD) ถือว่าเป็นระบบที่ให้แรงเบรกที่ดีที่สุดในทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็น หิมะ โคลน ฝน ทราย และพื้นถนนที่ขรุขระ ซึ่งหลักการทำงานของรถ AWD ก็คือการที่เครื่องยนต์สามารถส่งกำลังไปยังล้อซึ่งไม่ได้ใช้ขับเคลื่อนเป็นหลัก หรือสามารถอธิบายง่าย ๆ ได้ว่ายานพาหนะ FWD ส่งกำลังไปทางด้านหลังเมื่อจำเป็น ในทำนองเดียวกันกับ AWD แต่อย่างไรก็ตาม AWD บางระบบนั้นก็มีความแตกต่างกับระบบอื่น
นึกถึงรถยนต์มือสองต้อง Carsome.co.th
แนะนำรถกระบะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่นไหนดี?
1. Toyota Hilux

credit : https://www.toyota.co.th
Toyota Hilux เป็นที่ได้รับการยอมรับในเรื่องการขับเคลื่อน 4 ล้อที่โดดเด่นถูกใจผู้ใช้งาน ซึ่งในรถกระบะรุ่นนี้มีการใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร VN-Turbo มอบกำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติให้เลือกใช้งาน จุดเด่นของรุุ่นนี้ก็คือ อะไหล่ที่สามารถหาซื้อได้ง่าย ๆ มีขายทั่วไทย ตลอดจนช่างซ่อมก็ไม่จำเป็นต้องเฉพาะทางแต่อย่างใด เรียกได้ว่าเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่ดีที่สุดและเป็นมิตรต่อผู้ใช้งายมากที่สุด
2. Isuzu D-max

credit : https://www.isuzu-tis.com
สำหรับ Isuzu D-max  มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร พร้อมด้วย Turbocharger VGS และ Intercooler มอบกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบ/นาที มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติให้เลือกใช้งาน นอกจากจุดเด่นของรุ่นนี้จะสามารถหาซื้ออะไหล่ได้ง่ายแล้ว ช่างก็สามารถซ่อมได้ง่ายเช่นเดียวกับ Toyota และสิ่งหนึ่งที่พิเศษกว่าของ Isuzu D-max ก็คือ ได้เครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่าอีกทั้งยังประหยัดน้ำมันด้วย
3. Nissan Navara

credit: https://www.nissan.co.th
Nissan Navara มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร เทอร์โบ VGS มอบกำลังสูงสุด 163 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 403 นิวตัน-เมตร ระบบส่งกำลังเป็นแบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ซึ่งเครื่องยนต์รองรับน้ำมันดีเซลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น B7, B10 และ B20 มีความโดดเด่นด้วยระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า เทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะแบบครบเครื่อง อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย และความปลอดภัยได้สูงและเหมาะกับการขับขี่ทั้งบนถนนปกติและเส้นทางออฟโรด
4. Ford Ranger Wildtrak

credit : https://www.ford.co.th
สำหรับ Concept ของ Ford รุ่นนี้มีภาพลักษณ์ที่สื่อถึง พร้อมลุยทุกสถานการณ์ เหมาะกับเป็นรถออฟโรดขาลุยที่ชื่นชอบการขับในระยะทางยาว ๆ เนื่องจากรุ่นนี้มีการปรับระบบส่งกำลังใหม่ที่สามารถขับได้นานถึง 150,000 กม. รูปลักษณ์ด้านหน้ามีการออกแบบดีไซน์ใหม่เป็นทรงสี่เหลี่ยมคางหมูตกแต่งตะแกรงสีดำเงาเล่นสีทอดยาวจรดกันชน พร้อมแต่งแถบสีส้มให้ดูทันสมัยขึ้น นอกเหนือจากนี้ยังมีอุปกรณ์อเนกประสงค์พร้อมในรถยนต์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับทางไกลได้อย่างปลอดภัยด้วย
5. Mitsubishi Pajero Sport

credit: https://www.mitsubishi-motors.co.th
รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอย่างมิตซูบิชิก็เป็นอีกรุ่นยอดฮิตที่มักจะเห็นบ่อย ๆ โดยรุ่นนี้จะแตกต่างตรงที่ห้องโดยสารมีความกว้างพิเศษ นั่งสบายไม่อึดอัด และยังมีระบบการขับขี่ที่เหนือชั้นสามารถขับผ่านได้บนทุกสภาพถนน ครบครันด้วยสมรรถนะที่โดดเด่น เช่น โหมด 2H (2WD High-Range), โหมด 4H (4WD High-Range) ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-Time All Wheel Control, โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง และ โหมด 4LLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ อีกทั้งยังมาพร้อมกับโหมดออฟโรด ได้แก่ Gravel, Mud/Snow, Sand และ Rock รวมทั้งระบบล็อกเฟืองท้ายเพื่อมอบสมรรถนะสูงสุดบนเส้นทางออฟโรด
อ่านบทความต่อ:

หากคุณกำลังสนใจจะ ซื้อรถ หรือ ขายรถ แล้วล่ะก็… ที่ Carsome เสนอราคาให้คุณได้ดีที่สุด! เรามีขั้นตอนการชำระเงินที่รวดเร็ว และไม่มีขั้นตอนยุ่งยากใด ๆ คลิกที่เว็บไซต์เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย!

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button